Divine Word Missionaries

Peace and Justice Issues


Contents

Water for Life

El Agua para la Vida

Aqua per la Vita

Wasser als Lebensgut

L'eau pour la Vie

Air bagi Kehidupan

Ilma għall-Ħajja

Water voor het Leven

Woda dla Życia!

Αgua para Vida!

생명의물

生命之水

▪ น้ำ เพื่อ ชีวิต

Voda pre Život

 

Download booklets

Index


Back to

Peace & Justice

Members' Area

Site Map

Home


น้ำ เพื่อ ชีวิต

รวมพลังเพื่อปกป้อง
พี่สาว “ธารา”

 

นักบวชแสดงออกถึงการคารวะ
และความหวงแหนต่อน้ำ
พระประทานอันประเสริฐ

เรียบเรียงโดย
กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
คณะส่งเสริมยุติธรรมสันติภาพ
และบูรณการของสิ่งสร้าง
โรม อิตาลี
มิถุนายน 2003

ยินดีน้อมรับความคิดเห็น คำถาม ข้อเสนอแนะ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อที่
jpicclimatechange@yahoo.co.uk
หรือที่ www.ofm-jpic.org/agua

“ขอพระองค์เป็นที่สรรเสริญ ในพี่สาวธารา ที่ทรงคุณประโยชน์ ช่างต่ำต้อย ล้ำค่าและหมดจด”1

(บทสดุดีสิ่งสร้าง ของ นักบุญฟรังซิสแห่งอัสซีซี)

สารบัญ

มองดู

  • บทนำ
  • ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับน้ำ
  • ปัญหาใหญ่เมื่อน้ำเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล
  • คำถามหมวด “มองดู”

วินิจฉัย

  • น้ำในพระคัมภีร์
  • ข้อรำพึงเทววิทยา
  • เอกสารพระศาสนจักรเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
  • ข้อคิดท้าทายด้านจริยธรรมและเนื้อหาบางตอนของสันตะสำนักที่นำเสนอการประชุมที่เกียวโต
  • คำถามภาค “วินิจฉัย”

ลงมือปฏิบัติ

  • ทำไมนักบวชจึงต้องเข้าไปเกี่ยวข้องและมีส่วนร่วมในปัญหาสภาพแวดล้อม
  • ปกป้องและสงวนรักษาน้ำ
  • คำถามสำหรับหัวข้อ “ลงมือปฏิบัติ”
  • สำหรับการรำพึงและภาวนา
  • สารนุกรม

บทนำ

น้ำจำเป็นสำหรับหล่อเลี้ยงโลกและประชากร

สมัชชาสหประชาชาติประกาศให้ปี 2003 เป็นปีน้ำจืดสากล ต้องการให้มุ่งความสนใจไปที่วิกฤตกาลน้ำ ทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุด วิกฤตกาลน้ำคืออะไรกัน บ้างก็ว่าเป็นเรื่องชองการขาดแคลนและการเพิ่มขี้นของประชากร บ้างก็ว่า เป็นเรื่องของการให้บริการ การปล่อยทิ้งเสียหาย และการไม่ให้เกียรติแก่น้ำของสังคมบริโภค คนอื่นว่าเป็นการค้าหากำไรจากธุรกิจน้ำในด้านบริการ และกรรมสิทธิ์ ซึ่งประมาณแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ยังอยู่ภายใต้รัฐ

ทุกคนที่เกิดมามีสิทธิ์ในการศึกษา สุขภาพ และการใช้น้ำ สิทธิ์เหล่านี้คือสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่เรื่องของความสมัครใจได้มา อย่างไรก็ดีสิทธินี้ยังไม่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ แม้ว่าได้มีการปรึกษากันใน “สมัชชาน้ำของโลก” ในปี 1996, 2000, 2001 และ 2003 (1-3 มิถุนายน ที่เกียวโต และประชุมสุดยอดของ G8-แผนปฏิบัติงานว่าด้วยน้ำ ที่ เอเวียน) น่าสังเกตที่ว่า เจ็ดประเทศของ G8 เป็นคริสเตียน ณ สมัชชาเกียวโต วาติกันได้เน้นหนักเรื่องสิทธิการใช้น้ำ

ประชากรไม่มีทางเลือกอื่นเมื่อกล่าวถึงน้ำ แม้ว่าราคาที่แพงขึ้นจะเป็นอุปสรรค ดังนั้นการจัดสรรน้ำจะปล่อยให้อยู่ในกำมือชองตลาดไม่ได้ “โดยธรรมชาติแล้วน้ำไม่ใช่สินค้าประเภทหนึ่ง คำสอนคาทอลิกเน้นว่า การปกป้องและการทนุถนอมทรัพย์สินส่วนรวมบางอย่าง เช่นสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและของมนุษย์ ไม่อยู่ใต้กลไกตลาด เพราะว่าคุณค่าเหล่านี้คือความจำเป็นพื้นฐานของมนุษย์” (เทียบ Centessimus Annus, 40)

คู่มือเล่มนี้ใช้แนว “ดู วินิจฉัย และลงมือปฏิบัติ” นำเสนอข้อมูลปัญหาของน้ำ นับเป็นเล่มที่สองเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม จัดทำโดยกลุ่มนักบวชส่งเสริมสันติภาพ กรุงโรม

เป้าหมายหลักคือการสนับสนุน การใช้ชีวิตหมู่คณะที่ตระหนักถึงการพัฒนายั่งยืนของสิ่งแวดล้อม เล่มแรกกล่าวถึง “การผันแปรของอากาศและอุณหภูมิที่เพิ่มขี้นของบรรยากาศโลก (www.ofm-jpic.org/globalwarming) เนื่องจากมีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับน้ำอยู่แล้ว ดังนั้นคู่มือนี้จะเน้นแต่เพียงบางด้าน นิมิตหมายแห่งกาลเวลาเรียกเราให้กลับมุมมองใหม่ในเรื่องสิ่งแวดล้อม หวังว่าคู่มือคงช่วยให้เดินในทางนั้น

ทำไมต้องสลวนกับปัญหาน้ำและเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความยุติธรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ขอตอบว่าน้ำนอกจากสำคัญสำหรับสัตว์และพืช ยังจำเป็นเพื่อความอยู่รอดของมนุษย์ด้วย การขาดแคลนน้ำพบทั่วไป แถบชนบทระดับน้ำลดลง บ่อน้ำเสีย และปริมาณน้ำก็น้อยลง การอ้างอิงสิทธ์ของแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูก การอุตสาหกรรมและการบริโภคในตัวเมือง มักจะจบลงที่ฝ่ายมีอำนาจมากกว่า ปล่อยให้ผู้ด้อยพลังกระหาย ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ย่อมส่งผลกระทบชีวิตทุกรูปแบบบนโลก โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางของสังคม

มองดู

ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับน้ำ

นักกวี ซามูแอล เทเลอร์ โคเลดริดย์ ในบทกวี “Rhyme of the Ancient Mariner” กล่าวว่า “น้ำ น้ำทั่วไป แต่จะหาสักหยดดื่มไม่ได้” ทำไมเราต้องบริหารน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะว่าน้ำหายากเข้าทุกที สหประชาชาติ ในรายงานการพัฒนาแหล่งน้ำ ทำนายว่า ราวกลางศตวรรษนี้ สิ่งเลวร้ายสุดคือ ประชากรเจ็ดพันล้านคนในหกสิบประเทศจะขาดน้ำ หรืออย่างเลวน้อยสุด ประมาณสองพันล้านตนในสี่สิบแปดประเทศ

วิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้

  1. เกือบ 98% ของน้ำบนโลกเป็นน้ำทะเล ไม่เหมาะที่จะดื่ม มีน้อยกว่าหนึ่งเปอเซนต์สำหรับการบริโภคของเรา ส่วนใหญ่เป็นหิมะขั้วโลกและน้ำแข็ง2 สรุปว่าทุกทุกหนึ่งร้อยลิตรของน้ำ มีน้อยกว่าหนึ่งช้อนชาที่เรามาบริโภคใช้สอยได้
  2. การใช้น้ำทั่วโลกเพิ่มขึ้นเกือบร้อยเท่านับแต่ปี คศ 1900 ภายในอีกสามสิบปีประชาโลกจะเพิ่มขึ้นอีก 45% ในขณะที่การใช้น้ำทิ้งขว้างจะเพิ่มขึ้น 10%
  3. การประเมินล่าสุดชี้ว่า การผันแปรของอากาศ จะก่อให้เกิดภาวการณ์ขาดแคลนน้ำถึง 20%3
  4. องค์ประกอบอื่นๆ ส่งผลต่อการขาดแคลนน้ำคือ ก) การเสื่อมโทรมของแหล่งน้ำ การอุ้มดูดซับน้ำของดิน แม่น้ำ ที่หนองน้ำและอ่าว ข) ความไม่เท่าเทียมกันในการจัดสรรน้ำ ค) ปัญหาชายแดน ง) การค้าน้ำ
  5. รายงานของสหประชาชาติปี 1998 ว่าด้วยการพัฒนาประชากร กล่าวว่า หนึ่งในห้าของ 4.4 พันล้านคนในประเทศกำลังพัฒนา ขาดสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน และเกือบหนึ่งส่วนสามขาดน้ำสะอาด
  6. เป้าหมายการพัฒนาสหัสวรรษ (Millenium Development Goals) ที่สหประชาชาติตั้งไว้ในปี 2000 ตกลงกันว่าภายในปี ค.ศ. 2015 ประชากรหกแสนร้านคนต้องมีน้ำสะอาดใช้ ในทำนองเดียวกันการประชุมสุดยอดว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี 2002 ยึดเป้าหมายเดียวกันเกี่ยวกับสุขอนามัย (ประมาณ 2.4 พันล้านคนยังขาดสิ่งนี้
  7. การใช้น้ำทั่วโลกแบ่งเป็น การเกษตร 70% อุตสาหกรรม 22% และในครัวเรือน 8%4
  8. ถั่วเฉลี่ยคำนวณเป็นลิตรต่อหนึ่งกิโลกรัม การใช้น้ำแบบซ่อนเร้นในมันฝรั่ง 1,000 ข้าวโพด 1,400 ข้าว 3,400 ไก่ 4,600 และเนื้อวัว 42,5005
  9. มากาว่าครึ่งหนึ่งของแม่น้ำสำคัญของโลกปริมาณน้ำลดลงอย่างมาก และสกปรก ประชากร 25 ล้านคนละบ้านในปี 1998 เพราะความสกปรกและการขาดแคลนน้ำของแม่น้ำ เป็นครั้งแรกที่มีจำนวนสูงกว่าผู้ลี้ภัยสงคราม 6
  10. องค์กรอาหารและเกสรของสหประชาชาติคำนวณว่า นักท่องเที่ยว 100 คนใช้น้ำภายใน 55 วัน เป็นจำนวนปริมาณมากพอที่จะปลูกข้าวเลี้ยงหมู่บ้าน 100 หมู่เป็นเวลา 15 ปี7
  11. โรคไทฟอยด์ มาเลเรีย ไข้เลือดออก อหิวาตกโรค และโรคอื่นๆ อันเนื่องมาจากน้ำ ฆ่าประมาณ 5 ล้านคนทุกปี นั่นคือทุกนาทีในโลกมีสิบคนตาย โดยปรกติแล้วคือเด็กๆ ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นเลย8
  12. เปรียบเทียบการใช้น้ำต่อวันระหว่างชนชาติต่างๆ แกมเบีย 4.5 ลิตร มาลี 8 สหรัฐฯ 500 อังกฤษ 200 จำนวนที่เหมาะสมคือ 50 ลิตร แต่ 30 ก็พออยู่ได้9
  13. น้ำและสวัสดิการอาหาร พระดำรัสขององค์สมเด็จพระสันตะปาปาวันสันติภาพโลกปี 2002 “น้ำคือองค์ประกอบขั้นพื้นฐานของสวัสดิการอาหาร”10 สถาบันค้นคว้านโยบายอาหาร (The International Food Policy-IFPRI)11 คาดว่าในปี 2025 การขาดแคลนน้ำจะทำให้การผลิตอาหารลดลง 350 เมตริกตันทุกปี ซึ่งจะสูงกว่าผลิตผลประเภทเมล็ดของสหรัฐฯ อยู่เล็กน้อย เห็นชัดว่าองค์ประกอบสำคัญองค์หนึ่งในการผลิตอาหารคือน้ำ
  14. ในประเทศพัฒนาแต่ละคนใช้น้ำประมาณ 15,000 ลิตรต่อปี (อุจาระ 35 กิโล และ ปัสสาวะ 500 ลิตร)12

น้ำบรรจุขวด

  1. “ประมาณ 25% ของน้ำบรรจุขวดมาจากน้ำก๊อก การทดสอบของสภาปกป้องทรัพยากรธรรมชาติประเทศสหรัฐฯ พบว่าอย่างน้อยหนึ่งตัวอย่าง ละเมิด หรือมีมากเกินไปเหนือกฎเกณฑ์ของจุลชีววิทยา ในด้านความปลอดภัย”13
  2. บริษัทผลิตน้ำขวดหากำไรโดยไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การสูบน้ำอาจทำให้แหล่งน้ำแห้งได้ ทำลายถิ่นที่อยู่ของพืชและสัตว์ ระบบนิเวศน์ และทำให้ที่กักน้ำเหือดแห้ง วัสดุพลาสติกพบในแหล่งน้ำเสียมาก และปัจจุบันมีปริมาณมากกว่า 25% ของขยะทุกๆปี14
  3. บริษัท เนสท์เล่ (Nestle) เจ้าของกลุ่มผลิตน้ำบรรจุขวด ซึ่งใหญ่เป็นสองเท่าของกลุ่มผลิตรองลงมา ครองตลาดถึง 30% บริษัท ดาโนเน่ (Danone) ครอง 15% ตามด้วยเป็ปซี่และโคคาโคล่า อุตสาหกรรมบรรจุน้ำขวดมีวงเงินถึง 22 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ผู้เชี่ยวชาญบางคนคาดว่าตลาดน้ำขวดจะโตปีละ 30%15

ปัญหาใหญ่เมื่อน้ำเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล

น้ำและบริษัทที่มีสาขาในหลายประเทศ

มีการทำนายว่าในปี 2025 สองในสามของประชากรโลกจะขาดน้ำดื่ม บริษัทสาขาในต่างประเทศถือว่าสิ่งนี้เป็นโอกาสทอง นิตยสารฟอร์ทูน (Fortune) เดือนพฤษภาคม 2000 กล่าวว่า “น้ำมันสำคัญสำหรับศตวรรษที่ยี่สิบเช่นไร น้ำก็ของศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดเช่นนั้น น้ำคือสินค้ามีค่าที่จะกำหนดความมั่งคั่งของชาติ” อย่างไรก็ดี น้ำไม่เหมือนน้ำมัน ตรงที่มันไม่มีสิ่งอื่นมาทดแทนได้

คนส่วนใหญ่ไม่คิดว่าน้ำเป็นสินค้าที่จะมาซื้อขาย เพราะคิดว่าเป็นสมบัติหมาชน จำเป็นต่อชีวิตมนุษย์ สัตว์และพืช รวมทั้งโลกทั้งใบ ดังนั้นการให้บริการในเรื่องน้ำจึงเป็นความรับผิดชอบในระบบเทศบาลเพื่อสาธารณประโยชน์

ภายใต้องค์การค้าโลก (WTO)16 และข้อตกลงเกี่ยวกับการให้บริการด้านการค้า (GATS)17 จะมีกฎใหม่เกี่ยวกับการให้บริการน้ำ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทต่างชาติ ซื้อและขาย กรรมสิทธิ์น้ำในประเทศที่พวกเขาพอใจ พิจารณาตัวอย่างต่อไปนี้

  • บริษัทอลาสกาส่งออกน้ำได้เคยคิดจะลากธารน้ำแข็งจากอลาสกาไปประเทศซาอุดิอาระเบีย
  • บริษัทเนสท์เล่ของประเทศสวิสที่มีฐานในต่างชาติ เจ้าของบริษัทบรรจุน้ำขวด 68 บริษัท สูบน้ำจากทะเลสาบมิชิแกนในสหรัฐฯ ทำกำไร 1.8 ล้าน ดอลลาร์ ต่อวัน 65% ของน้ำถูกขนย้ายโดยรถบรรทุกขนาดใหญ่ไปยังที่ต่างๆ
  • ในปี 1998 บริษัทแคนาดาบริษัทหนึ่งได้รับอนุญาตขนถ่ายน้ำ 165 ล้านแกลลอนจากทะเลสาบซุปเพอเรียต่อปี ไปขายในอาเซีย ข้อเสนอพับไปเพราะกระแสต่อต้านรุนแรงจากปวงชนและการเมือง18

สงครามน้ำครั้งใหญ่แรกในศตวรรษที่ 21 เกิดขึ้นที่ประเทศโบลิเวีย เมื่อธนาคารโลกไม่ยอมให้ยืมเงินอีก 25 ล้านเหรียญ เว้นแต่ว่าเอกชนจะมีสิทธิ์ในการให้บริการน้ำ หลังจากสิทธิ์การให้บริการน้ำของเมืองโคคาบัมบา (Cochabamba) ถูกขายให้บริษัทเบ็ชเท็ล (Bechtel) ของอเมริกา ราคาน้ำขึ้นทันที พลเมืองนั้นประท้วงใหญ่บนท้องถนนเป็นเวลาหลายวัน ท้ายสุดเกิดการนัดหยุดงานทั่วไป ซึ่งทำให้เศรษฐกิจของเมืองสะดุด บริษัท Bechtel จำยอมต้องออกจากประเทศไป ในขณะที่คู่มือนี้กำลังมีการร่าง บริษัท Bechtel ฟ้องรัฐบาลโบลิเวียต่อองค์กรการค้าโลก เรียกค่าเสียหาย 25 ล้านเหรียญ

ธนาคารโลกและไอเอ็มเอ็ฟ วางเงื่อนไขการให้กู้เงิน ไว้กับสิทธิ์การเป็นเจ้าของน้ำและการให้บริการอื่นๆ “การพิจารณาแบบสุ่มของไอเอ็มเอ็ฟในการให้กูในปี 2000 แก่สิบสองประเทศ ล้วนแต่มีเงื่อนไขของสิทธิ์การให้บริการน้ำอยู่ด้วย ภาพรวมทั่วไปที่เห็นคือ ประเทศเล็กสุด จนสุดของทวีปแอฟริกา และมีหนี้มากที่สุด ต้องพบเงื่อนไขนี้ ทุกๆปีประชากรแอฟริกามากกว่า 5 ล้านคนตายเพราะการขาดแคลนน้ำ”19

เมื่อเร็วๆนี้ หนังสือพิมพ์ Dutch Financial Daily ตีพิมพ์บทความว่า สหประชาคมยุโรปกำลังกดดันประเทศที่กำลังพัฒนา ให้โอนสิทธิ์การให้บริการน้ำแก่บริษัทยุโรป ยังชี้แจงต่อว่าภาคใดของประเทศที่อยู่ใต้ข้อตกลงดับเบิลยูทีโอ สหประชาคมยุโรปจะเข้าถึงตลาดได้ ภายใต้เงื่อนไขของการค้าด้านการให้บริการ และการเจรจาที่โดฮา บริษัทผลิตน้ำดื่มยุโรปเช่น สุเอส20 วิเวนดิ และเทมส์วอเตอร์ อยากเห็นการสูญสลายของระบบบริการน้ำสาธารณในประเทศกำลังพัฒนา21

สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ ข้อตกลงภายใต้ดับเบิลยูทีโอ ประกันการเคลื่อนย้ายอย่างเสรีและไร้การควบคุมของสินค้า การให้บริการและเงินลงทุนแบบไร้ ขอบแดน รัฐทำสัญญาการบริการน้ำเพื่อจะปลดหนี้ การเข้าสู่ตลาดการค้าและการได้รับความช่วยเหลือเงินทุนต่างชาติ ประชาชนต้องสมยอมที่จะจ่ายค่าน้ำแพงขึ้น ในขณะที่ดับเบิลยูทีโอและไอเอ็มเอ็ฟ มีส่วนมากขึ้นในการตัดสินใจนโยบาย ด้านสังคมและเศรษฐกิจของรัฐ จำเป็นต้องถามว่าสินค้าและการให้บริการประเภทใด ควรได้รับการคุ้มครอง ในเมื่อสิ่งเหล่านี้จำเป็นยิ่งยวดต่อชีวิต ต่อชาย หญิง หรือต่อสิทธิของเด็กๆ ในการมีชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรี ซึ่งตรงข้ามกับการบังคับจากธุรกิจการค้าที่มุ่งผลกำไรสูงสุด

คำถามหมวด “มองดู”

  1. ในบรรดาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำ อะไรที่ท้าทายหรือทำให้น่าคิดมากที่สุด
  2. ข้อมูลใดเกี่ยวข้องกับตัวท่านและประเทศมากที่สุด
  3. ข้อมูลใดนำความหวังมาให้ท่านมากที่สุด ทำไม
  4. ท่านและกลุ่มหรือชุมชนของท่านเพิ่มปัญหาให้กับน้ำอย่างไร
  5. ท่านรู้สึกอย่างไรต่อการควบคุมแหล่งน้ำโดยธุรกิจเอกชน จงแบ่งปัน

วินิจฉัย

น้ำในพระคัมภีร์22

ช่วงศตวรรษต้นๆในประเทศปาเลสไตน์ ชาวยิวไม่มีโอกาสครอบครองชายทะเลเลย พวกเขาไม่ใช่ชาวทะเลและฝั่งทะเล พวกเขากลัวคลื่นและความลึกของทะเล

ดังนั้นชาวยิวจึงอยู่บนที่ราบสูงตอนกลางและใช้น้ำจากฝนและน้ำซึมจากดิน น้ำตกจากเบื้องบนตอนฝนตก ในบ่อน้ำซึมน้ำพุ่งจากใต้ดิน จากแผ่นดิน ไม่ว่าจะไปทางไหนเราแน่ใจว่าจะพบน้ำในท้องทะเล น้ำอยู่ข้างบน ใต้ดินและข้างๆ จากการสังเกตเหล่านี้พวกเขาวาดภาพของการสร้าง ในวันที่สองพระเป็นเจ้าทรงแยกน้ำเบื้องบนออกจากใต้ดิน และทรงสร้างท้องฟ้า ในวันที่สามทรงแยกน้ำจากแผ่นดินแห้งออกจากที่น้ำท่วม และผืนดินก็โผล่ขึ้นมา เพลงสดุดีที่ 104 พรรณนาถึงความสำเร็จของพระเป็นเจ้าในการบังคับน้ำและน้ำมาเป็นประโยชน์ต่อชีวิต

ก่อนจะเข้าครอบครองผืนดินในศตวรรษที่ 13 ก่อนคริสตกาล พวกยิวคือชนเร่ร่อนไปในทะเลทราย และพบแหล่งชีวิตในบ่อน้ำซึมกลางทะเลทราย พระเยซูเจ้าคือนายชุมพาบาลที่ดี นำฝูงแกะไปยังน้ำที่ทรงชีวิต (สดด 23 ยน 10)

เมื่อราชาธิปไตยล้มสลายในปี 587 ก่อนคริสตกาล และเมื่อเครื่องหมายแห่งการประทับของพระเจ้า นั่นคือวิหาร กรรมสิทธิ์ที่ดิน การถวายบูชา สังฆภาพถูกทำลาย หลายคนพูดว่า “พระเจ้าได้ทอดทิ้งและลืมพวกเรา” แต่ประกาศกเยเรมีตอบว่า “พระเจ้าไม่ได้ลืม พระองค์มิได้ทรงละเมิดพันธะสัญญา” ประชากรถามต่อ “ท่านรู้ได้อย่างไร” “เพราะฝนยังตกตามฤดูกาล แม่น้ำยังไหลสู่ทะเล หล่อเลี้ยงแผ่นดิน...” (ยรม 31: 35-37; 33: 19-26)

น้ำชำระล้างเราให้สะอาด แก้กระหาย ทำให้แผ่นดินชุ่มชื่น เราว่ายในน้ำ เราใช้น้ำปรุงอาหาร และอื่นๆอีกมากมาย เราดำเนินชีวิตปราศจากน้ำไม่ได้

สตรีชาวซามาเรียตักน้ำไปดื่มทุกวัน ในการสนทนากับพระเยซูเจ้า เธอค้นพบแหล่งน้ำในตัวเธอเอง ที่นำไปสู่ชีวิตนิรันดร (ยน 4: 14) “บุญลาภแก่บุคคลที่พบความสุขในพระธรรมของพระเป็นเจ้า และท่องบ่นพระบัญญัติของพระองค์ทุกค่ำคืน บุคคลนั้นเปรียบดังต้นไม้ที่ขึ้นริมฝั่งธารน้ำ ให้ผลิตผลตามฤดูกาล ใบไม่เคยเหี่ยวแห้ง ความสำเร็จย่อมเป็นของบุคคลเช่นนี้” (สดด 1)

ข้อความพระคัมภีร์ เกี่ยวกับน้ำและสัญญาลักษณ์ของน้ำ

  • ยน 7: 37-39 พระสัญญาว่าด้วยน้ำทรงชีวิต
  • ยน 4: 7-14 น้ำทรงชีวิต การสนทนาระหว่างพระเยซูเจ้ากับสตรีซามาเรีย
  • อสค 47: 1-12 ภาพนิมิตประทับใจของน้ำที่ไหลจากพระวิหาร ให้ความชุ่มชื่นแก่ทุกสิ่ง
  • วว 7: 17 พระชุมพาที่ทรงนำไปยังธารน้ำไหล
  • วว 22: 2 แม่น้ำที่ไหลจากสวรรค์ใหม่นำชีวิตไปยังทุกที่
  • ปฐก 2: 10-13 แม่น้ำในสรวงสวรรค์ บ่อเกิดแห่งแม่น้ำใหญ่สี่สายของโลก
  • สดด 107: 23-30 พระเป็นเจ้าทรงสงบพายุในท้องทะเล (มก 4: 35-41)

ข้อรำพึงเทววิทยา23

น้ำคือความจริงแรกเริ่ม ความจำเป็นและสัญญาลักษณ์ของมันกระทบทุกระดับชีวิต นิยายปรัมปราและวิทยาศาสตร์เห็นพ้องกัน เมื่อสรุปว่าน้ำคือต้นกำเนิดของชีวิต น้ำคร่ำที่หล่อเลี้ยงและทำให้ทารกในครรภ์เติบโต ในฐานะที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของอินทรีย์สาร น้ำจำเป็นสำหรับการอยู่รอดของสรรพสิ่ง มนุษย์ สัตว์และพืช

ที่ไดมีน้ำที่นั้นมีชีวิตและการพัฒนา ขาดน้ำหมายถึงความตายและการเน่าเปื่อย น้ำทำให้สดชื่นและให้ชีวิตใหม่ สระน้ำฟื้นฟูและทำให้แขนขาที่เหนื่อยและอ่อนแรงกระฉับกระเฉง น้ำพุทำให้เย็นสบายและบรรเทาจิตใจที่ หนักอึ้งด้วยภาระ การอาบน้ำชำระล้างร่างกายที่สกปรกแปดเปื้อน จึงไม่แปลกใจที่คนมักเลือกสถานที่พักผ่อนใกล้กับน้ำ เพื่อจะทำให้กระชุ่มกระชวย

น้ำมีระบบหมุนเวียนที่อยู่เหนือการควบคุมของเรา ฝนที่ตกทั่วไปเหนือคนจนคนรวยเท่าเทียมกัน เตือนเราว่าสิ่งสร้างคือของกำนัลที่พระประทานให้เราดูแลรักษา น้ำไม่เป็นของใครคนหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นของประทานฟรี เพื่อความสุขของทุกคน

คราใดที่นโยบายหรือเศรษฐกิจ พยายามกีดกันสิทธิสากลนี้ ระบบธรรมชาติของสรรพสิ่งถูกวางกลับหัวกลับหาง “ปัญหาความยุ่งยากของน้ำปัจจุบัน ไม่อยู่ที่การขาดน้ำ แต่อยู่ที่การแจกจ่ายและวิธีการ สิทธิการใช้และการไม่มีสิทธิในการใช้คือฐานของการตัดสินใจเกี่ยวกับน้ำ ดังนั้นการผสานกันระหว่างนโยบายเกี่ยวกับน้ำและศีลธรรม จึงเห็นชัดยิ่งๆขึ้นทั่วโลก”24

ในธรรมประเพณียิว-คริสตชน สัญญาลักษณ์หลากหลายของน้ำ แสดงออกในพิธีศีลล้างบาปในบทภาวนาต่อน้ำที่ใช้ในพิธี

ในการสร้างแรกเริ่มพระจิตของพระเจ้าเป่าลมเหนือน้ำ ทำให้น้ำเป็นที่มาของความดีทุกประการ น้ำวินาศคือเครื่องหมายของน้ำแห่งศีลล้างบาป เกริ่นถึงชีวิตที่กำลังจะมา การสิ้นสุดของบาปและการเริ่มใหม่ของสิ่งสร้าง พระเป็นเจ้าทรงนำชาวยิวออกจากอียิปต์ด้วยการข้ามน้ำของทะเลแดง ในการชำระล้างของน้ำโดยศีลล้างบาป ประชากรของพระเจ้าได้รับการปลดปล่อยจากการเป็นทาสของบาป ผ่านแม่น้ำจอร์แดนพระเจ้าทรงนำประชากรเลือกสรรเข้าสู่แผ่นดินคานาอัน เพื่อจะพำนักอยู่ด้วยหลักคุณธรรมและสันติภาพ โดยทางน้ำของศีลล้างบาป ประชากรพระเจ้าเข้าสู่ดินแดนพันธะสัญญา ณ ที่นั้นจะเปี่ยมด้วยความยุติธรรมและความสมานฉันท์ ประกาศกประกาศการชำระล้างในอนาคต ซึ่งจะทำให้มีจิตใจ และหัวใจใหม่ ยอห์นบัปตีสต์ ป่าวประกาศ ศีลล้างบาปที่ยกบาป และชี้ไปยังรุ่งอรุณแห่งความรอด

พระเยซูเจ้าสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน กระทำให้ศีลล้างบาปสำเร็จไป และเมื่อน้ำและเลือดไหลออกจากสีข้างของพระองค์ พระองค์ทรงเปิดหนทางแห่งความรอดให้แก่เรา

ศีลล้างมิใช่การย่างก้าวเข้าไปสู่สโมสรอภิสิทธิ์ แต่เป็นการผูกมัดตนที่จะรับใช้พี่น้องชายหญิงของเรา และเพื่อจะแสดงออกถึงความยุติธรรมของพระเจ้าพระบิดา ดังเช่นพระเยซูเจ้าได้ทรงกระทำ โดยทางศีลล้างบาปเราแสดงออกถึงการผูกมัดตน ที่จะดำเนินชีวิตกลุ่มนำโดยพระจิตเจ้า กระทำให้เป็นจริงเป็นจังชีวิตขั้นสมบูรณ์ ที่พระเจ้าได้ทรงเตรียมไว้ให้สิ่งสร้างทั้งมวล

เอกสารพระศาสนจΡกรเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

  • พระราชดำรัสของพระสันตะปาปายอห์นปอลที่สองวันติภาพโลก (1 มก***1990)
  • คำสอนพระศาสนจักรข้อ ๒๙๙-๓๐๑/๓๐๗/๓๓๙-๓๔๑/๓๔๔
  • สมณสาร Populorum Progressio ข้อ ๒๒-๒๔/๖๙
  • สมณสาร Centesimus Annus ข้อ ๓๗-๓๘
  • สมณสาร Laborem Exercens ข้อ ๔
  • Mater et Magistra ข้อ ๑๙๖/๑๙๙
  • Octogesim Adveniens ข้อ ๒๑
  • วาติกันที่สอง LG ข้อ ๓๖/ GS ข้อ ๓๔
  • สมัชชาพระสังฆราชว่าด้วยสันติภาพบนโลก บทที่หนึ่ง ข้อ ๒
  • สมณะสาร Evagelium Vitae ข้อ ๔๒
  • Vita Consecrata ข้อ ๙๐
  • Ecclesia in America ข้อ ๒๕
  • Ecclesia in Asia ข้อ ๔๑
  • Ecclesia in Oceania ข้อ ๓๑
  • สภาสังฆราชของประเทศโบลิเวีย จัดขึ้นที่โคคาบัมบา ๑๒ กพ ๒๐๐๓ “น้ำ ***ที่มาของชีวิตและของประทานแก่ทุกคน” (ภาษาสเปน

ข้อคิดที่ท้าทายด้านจริยธรรมและเนื้อหาบางตอนของสันตะสำนักที่นำเสนอการประชุมที่เกียวโต 25

  1. การมีน้ำสะอาดพอเพียงเพื่อไว้ใช้เป็นสิทธิมนุษยชน
    • “น้ำเป็นทรัพยากรของมนุษยชาติ นี่คือรากฐานของแสวงหาร่วมกัน ถึงนโยบายเกี่ยวกับน้ำ ที่เล็งเห็นความสำคัญอันดับแรกแก่คนจน”
    • “ความสำคัญของบุคคล ต้องอยู่อันดับแรกในการพิจารณาปัญหาของน้ำ...”
    • “ในหลายประเทศที่กำลังพัฒนา การจัดสรรน้ำสะอาดยังขาดแคลนอย่างเห็นได้ชัด สถานการณ์รันทดใจจะเอาชนะได้ต่อเมื่อ มีการได้ทุนในการพัฒนาและการลงทุนจากเอกชนจากภายนอกที่ตรงเป้าหมาย”
    • “เงินที่ได้มาจากการยกหนี้ ควรนำมาใช้ปรับปรุงการจัดสรรน้ำ”
  2. การให้เอกชนจัดสรรน้ำและทรัพยากรส่วนรวม มีอันตรายหลายด้านเมื่อคิดว่าน้ำเป็นแค่สินค้าอีกชิ้นหนึ่ง ที่จะมาขายในท้องตลาด
    • “กฎที่ว่าทรัพยากรธรรมชาติมีไว้สำหรับทุกคน ยืนยันว่าปวงชนและประเทศ รวมทั้งชนรุ่นหลัง มีสิทธิขั้นพื้นฐานในการใช้ทรัพยากรนี้...”
    • “ประสบการณ์สอนเราว่าเป็นการยากมากที่จะพบความสมดุลระหว่าง การร่วมลงทุนจากภาครัฐและเอกชน และความผิดพลาดฉกรรจ์ได้เกิดขึ้น”
    • “เราต้องเน้นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับรัฐและกลุ่มท้องถิ่น ในการให้บริการน้ำ การจัดสรรน้ำต้องกระทำร่วมกัน ระหว่างผู้บริโภค ผู้วางแผนและผู้กำหนดนโยบายทุกระดับ”
    • “ในกรณีที่ภาคเอกชนทำงานร่วมกับรัฐ ต้องมีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ก่อให้เกิดการตัดสินใจจากข้อมูลที่ได้รับ และข้อตกลงที่สมเหตุสมผล ภาคเอกชนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับน้ำ ต้องใส่ใจว่าคนจนและคนมีรายได้น้อย ต้องไม่ได้รับผลกระทบในแง่ลบ จากความพยายามในการให้บริการน้ำที่มีประสิทธิภาพและไว้ใจได้”
  3. บูรณกาลของสิ่งสร้าง คริสตชนมีหน้าที่ส่งเสริมและปกป้องสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่มนุษย์เท่านั้น แต่เพื่อสิ่งสร้างทั้งมวล
  4. กฎของการป้องกันไว้ก่อน การป้องกันมิให้เกิดอันตราย คือการปกป้องสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด และสอดคล้องกับยุทธวิธีต่อสู้เพื่อคนยากจน
  5. กฎของความสุขุมรอบคอบ การสร้างมลภาวะย่อมยอมไม่ได้ การตัดสินใจและแผนปฏิบัติต้องหลีกเลี่ยง ความเป็นไปได้ในการทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง หรือตลอดไป ทั้งนี้รวมถึงกรณีที่ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ยังไม่เพียงพอ หรือยังไม่มีผลสรุป
  6. ใครที่ทำให้เกิดมลภาวะต้องจ่าย คนที่ก่อให้เกิดความเสียหายต้องให้ค่าชดเชยแก่ผู้เคราะห์ร้าย และต้องคืนสิ่งแวดล้อมสู่สภาพเดิม
  7. โมโหที่ไม่ใช่บาป การได้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมลง และการหมดสิทธิ์ในการใช้น้ำ พร้อมกับอันตรายที่ซ่อนเร้นในธุรกิจน้ำที่เอื้อประโยชน์แก่ผู้มีอภิสิทธิ์ น่าจะทำให้เกิดความไม่พอใจในศิษย์ของพระเยซูเจ้า
    • “ผู้ที่ใช้น้ำต้องยากจนลง...นี่เป็นเรื่องของสิทธิในชีวิต”
    • “ผู้มีอิทธิพลที่สามารถบังคับและทำลายหรือทำให้หมดไป แหล่งน้ำที่เป็นสมบัติของทุกคน การแสวงหาผลประโยชน์มหาศาลของต่างชาติ - รัฐหรือเอกชน- ต้องปรับแผนงานมุ่งรับใช้ความต้องการของมนุษยชาติ มากกว่าการเข้าครอบงำ”

คำถามภาค “วินิจฉัย”

  1. ท่านคิดอย่างไรเกี่ยวกับจุดยืนของพระศาสนจักรเรื่องน้ำ
  2. จุดยืนนี้เปรียบเทียบกับจริยธรรมของกลไกตลาด ในเรื่องการเสนอและสนองได้อย่างไร
  3. แถลงการณ์ล่าสุดของพระศาสนจักรท้องถิ่นหรือสากลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมทั่วๆไป และโดยเฉพ